PMK-CENTRAL Co., Ltd.
 
 












               


หลักเกณฑ์และค่าในการคำนวณ

ค่าการมองเห็นและคุณสมบัติของ Solar property ได้ว่าจากการวัดโดย เครื่องมือ spectrophoto meter ค่า Shading Coeffictent ค่า U-Value และค่า Heat Gain คำนวณโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ของ Lawrence Berkeley Window 4.0 การคำนวณองค์ประกอบของแสงตามมาตรฐาน ISO 9050 : 1990 (E) ค่า K-Value ตามมาตรฐาน ISO 10292 : 1994 (E)

ค่า Shading Coeffictent

เป็นค่าบ่งชี้ความสามารถในการสกัดกั้นพลังงานของแสงอาทิตย์ที่ผ่านมาวัสดุหนึ่ง ๆ โดยคำนวณจากอัตราความสัมพันธ์ระหว่างค่าพลังงานความร้อนที่ได้รับ ของกระจกแต่ละชนิดเปรียบเทียบกับกระจกใสธรรมดาขนาด 1/8"(3 mm.) โดยการควบคุมสภาพแวดล้อมที่เหมือนกันง

ค่า Shading Coeffictent ที่ต่ำกว่าหมายถึงคุณลักษณะของกระจกชนิดนั้น ที่สามารถสกัดกั้นความร้อนที่ส่งผ่านเข้ามาในตัวอาคารได้ดีกว่า


ค่า U-Value

เป็นค่าที่วัดได้จากการความร้อนที่สามารถผ่านบรรยากาศหนึ่ง โดยการถ่ายเทความร้อนจากอุณหภูมิที่แตกต่างระหว่างภายนอกและภายในอาคาร ค่า U-Value ที่ต่ำ หมายถึง ปริมาณความร้อนที่เกิดจากความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างภายนอกและภายในอาคารมีปริมาณน้อย

ดังนั้นกระจกชนิดที่มีค่า U-Value ต่ำกว่า คุณลักษณะของกระจกชนิดนั้นจะดีกว่า

การคำนวณค่า U-Value จะคำนวณจากบริเวณกึ่งกลางของกระจก ในระบบอังกฤษจะใช้หน่วยเป็น BTU/hr/ft2/Fมาตราวัดค่า U-Value คือ W/m2/c สำหรับประเทศที่มีอุณหภูมิหนาวเย็นในการคำนวณค่า U-Value จะใช้มาตรฐานการคำนวณของ ASHRAE โดยใช้อุณหภูมิภายนอก O F (-17.8 C) และอุณหภูมิใน 70 F (21 C) อัตราความเร็วลมของภายนอกอาคาร = 15 mph (12 Km./hr) สำหรับประเทศที่มีภูมิอากาศร้อน ในการคำนวณ ค่า U-Value จะใช้มาตรฐานกรคำนวณของ ASHRAE โดยใช้อุณหภูมิภายนอก 90 F(32 C) และอุณหภูมิภายใน 75 F (24 C) อัตราความเร็วลมของภายนอกอาคาร = 7.5 mph (12 km./hr) ในสภาพแวดล้อมที่มีการแผ่รังสีจากดวงอาทิตย์เท่ากับ 248.3 BTU /hr /ft2


New Bangkok International Airport (NBIA),ประเทศไทย


ค่า Relative Heat Gain

มวลรวมของความร้อนที่ผ่านบนกระจกโดยนำค่า Shading Coefficient และค่า U-Value มาคำนวณร่วมกัน

กระจกที่มีค่า Relative Heat Gain ต่ำจะเป็นกระจกที่มีคุณลักษณะที่ดี

หน่วยวัดระบบอังกฤษหรือ BTU / hr /ft2 หน่วยวัดเมตริกจะใช้ W/m2

สูตรการหาจำนวนค่า Relative Heat Gain RHG(Metric) = (Summer U-Value * 7.8 c) +( Shading Coefficient*630 W/m2 ) 14 F(7.8 c) คือผลต่างระหว่างอุณหภูมิภายนอกและภายอาคาร 200 BTU / hr /ft2(630 W/m2 ) คือองค์ประกอบของพลังงานความร้อนตามมาตรฐาน ASHRAE


ค่า Solar Factor

ค่ามวลรวมของพลังงานแสงอาทิตย์ที่ผ่านเข้ามาในห้องทะลุผ่านแผ่นกระจกโดยตรงรวมกับค่าแผ่รังสีกลับสู่ภายในอาคารจากพลังงานที่สะสมอยู่ในเนื้อกระจก

ค่า Solar Factor ของกระจกชนิดใด ที่มีค่าต่ำกว่าย่อมมีคุณลักษณะที่ดีกว่า


ค่า K-Value

เป็นค่าสัมประสิทธิ์ความร้อนเช่นเดียวกับค่า U-Value แต่แตกต่างกันที่เงื่อนไขที่ใช้ในการคำนวณ จะใช้มาตรฐานการคำนวณของ ISO 10292 :1994 (E)


WIND LOAD DATA